*คำเตือน บลอคนี้ไม่เหมาะกับพวกมือถือสากปากถือศีล จำพวกแบบว่าทำไมไม่ซื้อแผ่นแท้ ไม่ช่วยสนับสนุนศิลปิน ก็อยากช่วยหน่ะครับ เพลงไทยผมซื้อแผ่นแท้ครับ เพลงนอกก้อซื้อถ้าชอบจริงๆ แต่ไอ้ที่ชอบจริงแม่งไม่มีขายนี่โว้ย จะให้กูทำไงวะ
เคยสั่งมาแม่งซัดกูไป 1500 บ้าเปล่า ผมชอบเพลง ผมให้เกียรติศิลปิน เป็นไปได้กูก็อยากบินไปซื้อแม่งที่นู่นแต่จน ทำไมวะ555+ อาจจะดิบไปจนใครที่เป็นผู้ดีแตกรับไม่ได้ ก็ไม่ต้องอ่าน ผมอยากให้คนที่อยากเข้าใจหรือ อยากมีส่วนร่วมได้รับรู้ ขอบคุณครับทที่ทนอ่านอะไรๆบ้าบอๆ เชิญต่อด้านล่างได้เลยครับ
มาทำความรู้จักกับ shibuya-kei กันก่อนนะครับผม
เริ่มแรกนั้น shibuya-kei อาจจะเรียกได้ว่าถือกำเนิดจากวงดนตรีที่ชื่อว่า Flipper’s Guitar และแกนนำของวง 2 คนที่ชื่อว่า Oyamada Keigo ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Cornelius และ Ozawa Kenji ปัจจุบันออกอัลบั้มเดี่ยว ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นนิยมฟังเพลงร๊อคตะวันตกกันอย่างแพร่หลาย และเริ่มมีกระแสเพลง underground เมื่อเข้าช่วง 80s ภายในปาร์ตี้ที่ชื่อว่า London Night ในงานนั้นจะมีนักดนตรีคลื่นลูกใหม่มากมายที่พร้อมจะดังเปรี้ยงปร้าง ช่วงนั้นเอง Pizzicato Five ก็ได้ออกเดบิวอัลบั้มกับค่ายอินดี้ Hosono และ Takahashi Yukihiro ก็ได้ออกอัลบั้มในชื่อวง Salon Music จนกลายเป็นที่รู้กันว่างาน London Night นั้นเป็นจุดศูนย์รวมของเด็กแนวของญี่ปุ่น และไม่สามารถเข้างานได้ ถ้าไม่ใช่สมาชิกกลุ่มเดียวกัน
วง Salon Music นั้นจะนับว่าเป็นต้นแบบของ shibuya-kei ก็ว่าได้ เป็นวงดนตรีวงแรกที่ใช้รูปแบบ o-share ซึ่งรูปแบบของงานเพลงนั้นจะมีกลิ่นอายความเป็นชาติตะวันตกรวมไปถึงอเมริกา ถึงแม้ว่าจะไม่โด่งดังแต่พวกเขาก็ได้สร้างประวัติการเริ่มต้นของแนวดนตรี ประเภทนี้ ซึ่งต่อมามีวงแนว Neo-acoustic ที่ชื่อว่า Lollipop Sonic ถือกำเนิดขึ้นมาและได้รับการช่วยเหลือจาก Salon Music เพื่อสร้างงานเพลง และได้รวมตัวกันก่อตั้งขึ้นเป็นวงที่ชื่อว่า Flipper’s Guitar
ในเดือนวันที่ 25 สิงหาคม ปี 1989 Flipper’s Guitar ได้ออกอัลบั้มแรกที่ชื่อว่า Three Cheers for Our Side โดยการเขียนเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษของ Ozawa kenji และลักษณะดนตรี Neo-acoustic ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมากในช่วงเวลานั้น แต่ Flipper’s Guitar นั้นต้องเหลือ 2 คน เพราะการทำงานที่เข้ากันไม่ได้กับ Ozawa kenji ทำให้สมาชิกต้องออกไป 3 คน
ในปี 1990 วง Flipper’s Guitar ก็โด่งดังมากขึ้น เมื่อเพลง Young Alive in Love กลายเป็นเพลงหลักในหนังเรื่อง Youbikou Bugi ซึ่งในปีนี้เอง Ozawa kenji และ Oyamada Keigo ได้ออกอัลบั้มที่ 2 ของ Flipper’s Guitar ที่ชื่อว่า Camera Talk ในเดือนมิถุนายน และเนื้อร้องทั้งหมดได้เปลี่ยนมาเป็นภาษาญี่ปุ่น โดยในอัลบั้มนี้ ทั้งคู่ได้เน้นแนวเพลงที่ประกอบไปด้วย Bossanova / latin ,vocal jazz ,house music และ thriller instrumentals ขณะเดียวกันในช่วงนี้ นอกจาก Flipper’s Guitar แล้วยังมีวง Scha Dara Parr ที่เป็นเพลง rap และ Pizzicato Five ที่เป็นเพลง Lounge แบบเก่า ได้เป็นที่รู้จักในแถบ shibuya พร้อมกับ Flipper’s Guitar จึงถูกเรียกว่า Shibuya-kei เพราะลักษณะดนตรีที่มีความคล้ายเคียง ไม่ว่าจะเป็นความสนุกของดนตรี ความอิ่มของดนตรี
ดนตรี Shibuya-kei จะว่าไปแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับย่าน shibuya ที่เป็นศูนย์รวมของแฟชั่นเลยก็ว่าได้ เพียงแต่ในย่านนี้ส่วนมากจะพบวัยรุ่น และนักออกแบบ ซึ่งเพลงแนว Shibuya-kei นั้นได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่เด็กมัธยมปลาย นักออกแบบ และกลุ่มคนที่ไม่ชอบเพลงค่ายใหญ่ๆ ซึ่งส่วนมากชอบมาเที่ยวบริเวณย่าน shibuya
ปีต่อมา Flipper’s Guitar ได้เปลี่ยนแนวเพลง มาทำเพลงแนวหลอนๆ ในอัลบั้ม Doctor Head’s World Tower
3 เดือนต่อมา วันที่ 29 ตุลาคม มีข่าวออกมาว่า Flipper’s Guitar ได้แยกวงแล้ว ในช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังเริ่มขายบัตรคอนเสิร์ทของพวกเขา มีข่าวลือว่า Ozawa และ Oyamada ไม่พูดกันเลยเพราะทั้งคู่ชอบผู้หญิงคนเดียวกัน
ช่วงปลายปี 1991 Flipper’s Guitar แยกวง แต่ทว่า Shibuya-kei กำลังเริ่มเป็นที่นิยม ขนาดที่ว่าโด่งดังไม่แพ้ Nirvana เลยทีเดียว
เครดิตจากเวปด้านล่างครับ
http://www.idea-radio.com/indie/index.php?categoryid=1&p2_articleid=147
สรุปแนวเพลง shibuya-kei ที่ผมพอจะจำแนกได้ ก็จะประมาณ pop,Electronic pop,Twee pop,Freach pop,guitar pop,pop rock,peco peco pop,indie pop,jazz,house ซึ่งมันก็คือเพลงที่ฟังแล้วจังหวะสนุกๆไม่เครียด หรืออะไรก็แล้วแต่คนชอบครับ บางคนบอกน่ารำคานก็ว่ากันไป อย่าไปซีเรียสครับแค่ฟังเพลง
แนะนำวงแรกก่อนเลย เจ้าตำหรับแห่งshibuya-kei
Flipper’s Guitar

Three Cheers For Our Side

http://www.mediafire.com/?imdeqzlmuno
Camera Talk

http://www.mediafire.com/?zmxhzyxmmrq
Doctor Head’s World Tower

http://www.mediafire.com/?ay4zmmxze2t
Enjoy!!